แนะนำโปรแกรมเปิดไฟล์ PDF (รู้มั่ยว่า โครมก็อ่าน PDF ได้)

PDF Reader

            ไฟล์ PDF (Portable Document Format) เป็นไฟล์ที่นิยมใช้กันมากเป็นอันดับต้นๆ คนที่ต้องทำงานกับเอกสารและส่งงานไปยังผู้จัดการ หรือนักศึกษาส่งงานไปยังอาจารย์ หรือแม้จะอัปโหลดเข้าเว็บ ควรรู้จักและใช้ไฟล์ PDF นี้ ข้อดีของมันที่เป็นจุดเด่นก็คือ ข้อความในเอกสารไม่เพี้ยน ฟอนต์จะไม่เปลี่ยนแปลง ประมาณว่าเราสร้างเอกสารจัดรูปแบบยังไง คนที่เปิดดูก็จะเห็นแบบนั้น

           พูดถึงข้อดีของมันแล้ว คนที่จะเปิดดูล่ะ จะใช้โปรแกรมไหน? ในบทความนี้ผมจะแนะนำโปรแกรมเปิดดูไฟล์ PDF น่ะครับ ตามนี้เลย

          Adobe Reader โปรแกรมสามัญที่เราควรพิจารณาเป็นทางเลือกเพื่อเปิดดูไฟล์ PDF ซึ่งเป็นที่นิยมกันมาก พัฒนาโดย Adobe เจ้าเดียวกับ Photoshop, Flash ชุดพวกนี้ ขนาดไฟล์ประมาณ 48 MB

          Foxit Reader อีกโปรแกรมอ่าน PDF ที่น่าใช้ ผมใช้อยู่ตลอดน่ะครับ หน้าตาจะคล้ายกับชุดไมโครซอฟท์ออฟฟิศ เฟรนดลี่มาก จะมีฟีเจอร์ลูกเล่นมากมาย สามารถแก้ไขไฟล์ เพิ่มคอมเม้นต์ ไรได้อีกหลายอย่าง ขนาดไฟล์ประมาณ 32 MB

          Sumatra PDF ตัวนี้เล็กมาก หน้าตาสะอาด ธรรมดามาก เปิดไฟล์ได้รวดเร็ว ไม่หนักเครื่อง แต่เนืองจากไฟล์เล็ก ฟีเจอร์อื่นๆก็ลดไปด้วย แต่เพียงเพื่อเปิดดูไฟล์ก็ใช้ได้แล้วล่ะ ขนาดประมาณ 4 MB

          Google Chorme สงสัยแล้วล่ะ บราวเซอร์โครมเป็นโปรแกรมไว้อ่านไฟล์ PDF หรือ? มันไม่ได้เตรียมเปิดไฟล์ PDF หรอกครับ เป็นโปรแกรมไว้บราวซ์เว็บต่างหาก แต่ Google ได้เพิ่มฟีเจอร์ให้มันสามารถอ่านไฟล์ PDF ได้ไง วิธีใช้ก็เพียงลากไฟล์ PDF ไปใส่ในโครม มันก็จะเปิดไฟล์ให้เราทันที

          Mozilla Firefox อีกแล้ว เป็นเว็บบราวเซอร์อีกแล้วใช่ครับบราวเซอร์นี้ก็สามารถเปิดไฟล์ PDF ได้เช่นกัน วิธีใช้ก็อย่างกูเกิลโครม ลากไฟล์ไปใส่ในบราวเซอร์ ก็จะได้อ่านมันทันที

สำหรับสองตัวหลังนี้ผมว่าน่ะ มีกันทุกคนนั้นแหละ ถ้าไม่มีโปรแกรมอ่าน PDF จริง ๆ ก็ใช้เว็บบราวเซอร์นั้นก็ได้ เปิดอ่านได้เหมือนโปรแกรมอื่น ๆ เพียงแต่ได้อ่านเท่านั้น ไม่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มคอมเม้นต์และฟีเจอร์ขั้นสูงอื่น ๆ ซึ่งเพียงพอสำหรับการเปิดอ่านไฟล์อย่างเดียวแล้วล่ะ

ดูจอนานๆแสบตาจุง มาแก้ด้วย Monitor Bright

ลดความสว่างหน้าจอ


             เป็นปกติสำหรับทุกคนที่อยู่หน้าคอมบ่อย ๆ และนาน ๆ จะรู้สึกแสบ ๆ ตาอันเกิดจากการมองจอคอมนาน ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานกับแสงจอสีขาว อย่างอ่านอีบุค อ่านบทความจากเว็บ ถ้าอ่านไปโดยใช้เวลานานก็จะรู้สึกอาการแสบตาอย่างเห็นได้ชัด วิธีแก้ก็ไม่ยากแค่ลดความสว่างของหน้าจอก็หมดปัญหาน่ะครับ จริงมั่ย ^_^

             จอคอมทุกเครื่องจะมีฟังก์ชันลดความสว่างอยู่แล้ว เราสามารถใช้กันได้เลย แต่ละจอก็มีฟังก์ชันที่แตกต่างกันตามผู้ออกแบบ ซึ่งถ้าเราไม่รู้ว่าจะลดความสว่างอย่างไรก็ลองนี้เลย Monitor Bright โปรแกรมขนาดเล็ก ไม่ต้องติดตั้ง ลดความสว่างด้วยค่าเปอร์เซน และยังสามารถกำหนดสีของความสว่างอีกด้วย เท่าที่ใช้ดูแล้วลดอาการแสบตาได้เป็นอย่างดีน่ะครับ

             Monitor Bright สนับสนุนหลายจอ ซึ่งหากใครต่อหลายจอแล้วล่ะก็ สามารถกำหนดความสว่างของแต่ละจอได้

Monitor Bright

โปรแกรมชื่อ Monitor Bright
ขนาด 19 KB (.zip)
ต้องมี Net Framwork 2.0 ขึ้นไป
ใช้ได้กับทุกเวอร์ชั่นของ Windows
ดาวน์โหลดที่นี่ 



jRuler ไม้บรรทัดบนหน้าจอ วัดขนาดวัตถุได้แม่น

            jRuler หรือ JR Screen Ruler เป็นเครื่องมือที่ไม่ใช่ทุกคนจำเป็นต้องมี แต่มันไม่ได้หมายความว่าไม่มีประโยชน์ใดๆเลย เป็นเครื่องมือใช้วัดขนาดวัตถุบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าไม้บรรทัด เครื่องมือนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องใช้งานในการวัดวัตถุต่าง ๆ อย่างเว็บมาสเตอร์ คนทำบล็อก ช่างภาพ มันวัดได้อย่างแม่นยำ มีหน่วยหลากหลายสามารถเปลี่ยนได้เป็นพิกเซล นิ้ว และเซนติเมตร ใช้ได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน

jRuler

            เครื่องมือนี้ใช้ฟรีน่ะครับ การใช้งานก็ง่าย เปิด jRuler ขึ้นมา ก็จะปรากฏเหมือนไม้บรรทัด วัดวัตถุต่างได้เลย ถ้าจะเปลี่ยนหน่วยก็คลิกขวาบน jRuler แล้วเลือกหน่วยตามต้อง สามารถปรับขนาดความยาวได้ ดาวน์โหลดฟรีได้ที่ http://www.spadixbd.com/freetools/jruler.htm แนะนำอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีเว็บน่ะครับ

Spark บราวเซอร์ใหม่มาแรง มาพร้อมกับฟีเจอร์เด็ดๆ


              ช่วงนี้ไม่รู้ทำไม เวลาเปิดคอมเพื่อน ๆ แอดมิน เห็นแต่ใช้บราวเซอร์ Baidu Spark กันเกือบทุกคน  แอดมินก็เลยอยากลองบ้าง ก็เลยดาวน์โหลดแล้วติดตั้งทันที แล็วมันก็เกิดความรู้ชอบขึันมาทันที อยากรู้ไหมว่าทำไมแอดมินถึงชอบ Spark Browser ตัวนี้

              โดยส่วนตัวแล้วแอดมินชอบใช้บราวเซอร์โครมมากกว่า แต่เนืองจากบราวเซอร์ Spark พัฒนามาจากโครม และด้วยฟีเจอร์ก็คล้ายกัน ก็เลยรู้สึกว่าเรากำลังใช้บราวเซอร์โครมอยู่ และนี้แหละทำไมแอดมินถึงชอบ ประการต่อมา บราวเซอร์โครมก็มีฟีเจอร์ที่เด็ด ๆ อยู่แล้ว แล้วบราวเซอร์ Spark ซึ่งพัฒนามาจากโครมก็ต้องมีอะไรที่เด็ดกว่าโครมอีกล่ะ ใช่ไหม!!! Spark ก็มีฟีเจอร์ที่แตกต่างกับโครมหลายอย่างเช่นกัน มาดูว่าอะไรบ้างที่แตกต่างจากโครมล่ะ

               ที่เด็ดของ Spark ที่กำลังโปรโมทอยู่ตอนนี้ คือ มันสามารถดาวน์โหลดวีดีโอหรือเพลงโดยตรงจากบราวเซอร์ ไม่ต้องอาศัยโปรแกรมเสริมดาวน์โหลดอย่าง IDM ชอบวีดีโอไหนจากยูทูป ดาวน์โหลดสบายเลย และยังสามารถดาวน์โหลดเฉพาะเสียงอย่างเดียวเป็น MP3จากวีดีโอยูทูปก็ได้



                บราวเซอร์ Spark ยังเพิ่มโปรแกรมจับภาพหน้าเว็บในตัว โดยสามารถจับหน้าเว็บใด ๆ พร้อมกับการแต่งภาพพื้นฐาน เพิ่มตัวอักษร กรอบสี่เหลี่ยม วงกลม และลูกศรชี้ มันยังจับได้ทั้งหน้าเว็บแม้หน้าเว็บนั้นจะยาวไม่คลุมจอก็ตาม


                เนื่องจากมันพัฒนามาจากโครม ฟีเจอร์จากโครมก็ติดมาด้วย อย่างการซิงค์ข้อมูลกับบัญชีกูเกิล ปลั๊กอินของบราวเซอร์โครมก็ยังสามารถใช้กับ Spark ได้ด้วย


                Spark มากับหน้าตาธีมสวย ๆ เลือกได้ตามสีที่ชอบ


               หากมีเสียงที่ไม่จำเป็นจากบราวเซอร์ มันสามารถปิดได้ด้วยปุ่มที่เตียมไว้ เพื่อไม่ให้รบกวนผู้อื่นข้าง ๆ เรา

              และที่จำเป็นต้องบอกเนื่องจากแอดมินไม่เคยรู้บราวเซอร์ไหนทำมาก่อน คือ คลิกขวาเมาส์ค้างไว้แล้วลากตามทิศทางต่าง ๆ  อย่างเช่น ถ้าลากไปซ้ายหรือขวาจะเป็นการย้อนกลับหรือไปต่อ แทนที่ปุ่มนี้
และทิศทางอื่น ๆ อย่างเช่นขึ้น ลง ลากเป็นอักษรตัว V กลับหัวและ L ลองเล่นกันดูน่ะครับ



              ต้องบอกว่าบราวเซอร์ใหม่ตัวนี้มาแรงมาก แอดมินติดกับบราวเซอร์นี้ไปแล้วครับ อยากให้ผู้อ่านลองกันบ้างน่ะครับ ใครที่สนใจดาวน์โหลดใช้กันฟรีได้ที่ http://th.browser.baidu.com

งานเยอะ งานยุ่ง ต้อง Desktop Calendar

              หายหน้าหายตามาหลายเดือน จนบางคนคิดว่าไอทีเล่นๆ ทิ้งแฟนๆ ไปแล้ว... ไม่ครับ ยังอยู่ที่เดิม คิดถึงแฟนๆ แล้วอยากเขียนมาสักเรื่อง ช่วงนี้งานเข้าเยอะ การบงการบ้าน โปรเจ็กอะไรเต็มไปหมด ผมก็เลยปิ้ง...อ๋อ ติดตั้งปฏิทินบนเดสทอปดีกว่าน่ะ จะได้ไม่พลาดงาน พอดีต้องอยู่หน้าคอมบ่อยมาก  ว่าแล้วผมต้องพูดถึง...Desktop Calendar... เรามาทำความรู้จักกับโปรแกรมนี้กันเลย

              Desktop Calendar เป็นปฏิทินที่จะฝังอยู่บนเดสก์ทอปของคอมพิวเตอร์ แต่ใช้หน้าเดสก์ทอปได้เหมือนปกติ สามารถจัดการการงานบนปฏิทินนั้นได้โดยตรง เพิ่ม ลบ งานบนเดสก์ทอปนั้นเลย


             โปรแกรมก็ขนาดเล็ก หน้าตาก็พอใช้ได้ การใช้งานก็ไม่ซับซ้อน จะบันทึกงานก็ดับเบิ้ลคลิกตรงช่องของวันที่นั้นๆ เล้วเขียนเข้าไปเลย ลบก็ง่าย ยังสามารถเปลี่ยนสีช่องวันที่ได้ตามต้องการอีกด้วย

             แนะนำอย่างยิ่งน่ะครับกับนักศึกษาหรือบุคคลทั่วไปที่มีงานเยอะ ๆ และต้องอยู่กับคอมพิวเตอร์ตลอด Desktop Calendar ตัวนี้ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

โปรแกรมดีๆ ฟรีๆ อย่างนี้ต้องลอง จัดเลยที่ http://www.desktopcal.com

นำไฟล์จากแผ่นซีดีมาสำรองในรูปแบบไฟล์ iso

 cd to iso  
            แผ่นซีดีหรือดีวีดีเป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลที่อาจจะเสียได้ง่าย ต้องเก็บในที่ดี ๆ อย่าให้มีของแข็งมาสัมผัส ซึ่งอาจจะต้องระวังซ่ะหน่อย แต่หากใครระแวงก็เก็บไฟล์จากแผ่นไว้ในเครื่องซ่ะ และวิธีก็คือแปลงไฟล์จากแผ่นให้เป็นไฟล์ .iso ไอทีเล่น ๆ จะแนะนำในบทความนี้น่ะครับ
               การแปลงไฟล์จากแผ่นซีดีเป็นไฟล์ iso ก็ทำได้ง่ายมาก ยิ่งปัจจุบันมีโปรแกรมฟรีมากมายที่สนับสนุนการแปลงไฟล์เป็นไฟล์ iso อย่างที่ผมจะแนะนำในบทความนี้ ใช้โปรแกรม BurnAware Free ครับ
              เริ่มกันเลย ดาวน์โหลดโปรแกรม Burn Aware Free แล้วติดตั้งให้เรียบร้อย แล้วทำตามขั้นตอนน่ะครับ

เตรียมแผ่นซีดีหรือดีวีดีที่มีข้อมูลซึ่งจะแปลงเป็นไฟล์ iso
1. เปิดโปรแกรม Burn Aware Free แล้วคลิกที่ Copy to Image
 BurnAware Free

2. เลือกไดรฟ์ที่มีแผ่น
3. คลิกที่ Browse… เพื่อเลือกสถานที่จะบันทึกไฟล์ iso
4. ตั้งชื่อไฟล์ iso
5. คลิกปุ่ม Save

แปลงไฟล์เป็น iso

6. สุดท้าย คลิกปุ่ม Copy

BurnAware Free copy

แล้วก็รอสักครู่ จะเร็วหรือช้าอยู่ที่ข้อมูลในแผ่นน่ะครับ เพียงแค่นี้เราก็มีข้อมูลสำรองเป็นไฟล์ iso แล้วน่ะครับ โดยไม่ต้องระแวงว่าแผ่นจะเสียเมื่อไร เพราะเรามีสำรองแล้วไง

มาเล่น Andriond บนพีซีกันเถอะ


            บทความนี้ไอทีเล่น ๆ จะชวนพวกเรามาเล่น Andriond บนพีซีกันน่ะครับ สำหรับใครที่ยังไม่เคยสัมผัส Andriond แล้วล่ะก็ วันนี้จะได้เล่นแน่ กับโปรแกรมจำลอง Andriond บนพีซี ที่ชื่อว่า bluestacks เล่นได้ทั้งบนพีซีระบบปฏิบัติการวินโดวส์และบนแมค เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราไปดาวน์โหลดโปรแกรม Bluestacks กันดีกว่าที่เว็บ http://www.bluestacks.com จะใช้บนวินโดวส์ก็ดาวน์โหลด Bluestacks สำหรับวินโดวส์ ส่วนแมคก็ของแมค ดูปุ่มดาวน์โหลดให้ดีน่ะครับ

ส่วนผมขอสาธิตการใช้งาน Bluestacks บนวินโดวส์กันน่ะ เพราะผมใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์อยู่ เมื่อเข้าไปเว็บ BlueStacks แล้วจะเห็นปุ่มดาวน์โหลดดังรูปที่ 1 คลิกเลยครับ

Bluestacks download
รูปที่ 1 ปุ่มดาวน์โหลดโปรแกรม Bluestacks สำหรับวินโดวส์

จากนั้นก็ดับเบิ้ลคลิกไฟล์ติดตั้งทำการติดตั้งให้เรียบร้อย รอสักครู่ให้มันติดตั้งเสร็จก่อน เมื่อมันได้ติดตั้งเสร็จเรียบร้อย มันจะรันตัวเองเต็มจออัตโนมัติ เปิดหน้าต่างแรกดังรูปที่ 2 ซึ่งเป็นหน้ารวมแอพ สามารถดาวน์โหลดมาติดตั้งเพิ่มได้

โปรแกรมเล่นแอนดรอย์บนวินโดวส์
รูปที่ 2 หน้าแรก Bluestacks เมื่อติดตั้งเสร็จ หน้ารวมแอพพลีเคชั่น
ที่นี่เราก็ได้แอนดรอนย์ที่สามารถเล่นบนพีซีได้แล้ว เชิญโหลดแอพเล่นกันตามสบายเลยน่ะครับ

แต่ก่อนที่เราจะดาวน์โหลดแอพมาเล่นกันนั้น เราต้องทำตามไม่ขั้นตอนด้านล่าง ตามผมมาเลยครับ
1. คลิกที่แอพที่ต้องการดาวน์โหลด
2. จะมีหน้าต่างดังรูปที่ 3 ปรากฏขึ้น ให้เราคลิกปุ่ม Continue

รูปที่ 3 ตั้งค่าก่อนโหลดแอพพลีเคชั่น
3. โปรแกรมจะให้เราผูกกับบัญชีกูเกิล ดังนั้นขั้นตอนนี้เราต้องเตรียมบัญชีกูเกิลก่อน ใครที่ยังไม่มีก็สมัครได้ฟรี ใครที่มีแล้ว ก็คลิก Next ไปขั้นตอนต่อไป

รูปที่ 4 ขั้นตอนการเพิ่มบัญชีกูเกิล

4. ขั้นตอนต่อไปก็ให้คลิกที่ Sign in เพื่อเข้าสู่ระบบบัญชีกูเกิลใน Bluestacks

รูปที่ 5 คลิกที่ Sign in เพื่อเข้าสู่ระบบ หรือ Create เพื่อสร้างบัญชีกูเกิล
5. ใส่อีเมล์ของบัญชีกูเกิลรหัสผ่าน จากนั้นก็ คลิกที่ปุ่ม Sign in

รูปที่ 6 ป้อนอีเมล์บัญชีกูเกิลและรหัสผ่าน

เสร็จสิ้นขั้นตอนการผูกบัญชีกูเกิลกับ Bluestacks ต่อไปเราก็สามารถดาวน์โหลดแอพต่าง ๆ มากเล่นกันได้แล้ว เกมฟรี แอพฟรี มีเพียบ ขอให้สนุกกับการเล่นน่ะครับ บ๊ายๆๆ

โปรแกรมพื้นฐานที่ควรมีไว้ติดเครื่องหลังลงวินโดวส์

ลงโปรแกรมหลังล้างเครื่อง

               เรื่องที่อยากเขียนมานานแล้ว แต่เพิ่งได้มีโอกาส เรื่องของเรื่อง ผมได้เข้าสำรวจสถิติของเว็บไอทีเล่น ๆ และได้พบคีย์เวิร์คที่ผู้อ่านได้ป้อนกูเกิล คียเวิร์คนั้นคือ "โปรแกรมพื้นฐาน ที่ควรลงหลังล้างเครื่องเสร็จ" ผมเลยนึกถึงบทความที่อยากเขียนมานานมากแล้ว ก็ได้เขียนมาในบทความนี้ไงครับ

               หลังจากที่เราลงได้วินโดวส์ใหม่ โปรแกรมพื้นฐานที่จำเป็นในเครื่องก็ยังไม่มี เลยต้องหาโปรแกรมเหล่านี้มาลง แต่เอ๊ะ! โปรแกรมไหนบ้างที่ควรลง ควรมีไว้ติดเครื่อง บทความนี้ผมจะเล่าประสบการณ์ตัวเองที่เมื่อล้างเครื่องเสร็จผมทำอะไรต่อไป...

-     ผมเริ่มกันที่ติดตั้งไดรเวอร์ก่อนน่ะครับ ถ้าเบื้องต้นยังไม่มีไดรเวอร์ไวร์เลซหรือไดรเวอร์การ์ดแลน ผมจะไปโหลดจากคอมของเพื่อน โดยค้นหาจากเว็บของแบรนด์ฮาร์ดแวร์นั้น ๆ จากนั้นก็ไปติดตั้งในคอมที่ผมลงวินโดวส์ใหม่ ที่นี่เครื่องผมนั้นก็สามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้แล้ว

-     ต่อไปผมก็โหลดเว็บบราวเซอร์โครมเป็นโปรแกรมแรก (เป็นเหตุผลส่วนตัวที่ชอบโครม) เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วก็...

สาเหตุที่ผมชอบบราวเซอร์โครม เพราะของเขาดีมีฟีเจอร์ลูกเล่นมากมาย ดูทิปบราวเซอร์โครม

-     ผมก็จะดาวน์โหลดไดรเวอร์อื่น ๆ อย่างไดรเวอร์การ์ดจอ ไดรเวอร์เสียงและไดรเวอร์อื่น ๆ
หากผมหาไดรเวอร์ไม่เจอ ผมก็มีวิธีน่ะครับ คือดาวน์โหลดโปรแกรมสแกนไดรเวอร์อย่าง Driver Easy มาลงเครื่องแล้วทำการค้นหาไดรเวอร์ที่ต้องการ

-     โปรแกรมต่อไปที่ผมลงคือโปรแกรมเล่นเพลงและวีดีโอ ส่วนตัวผมชอบ VLC media player เพราะเป็นโปรแกรมฟรีที่มีลูกเล่นเด็ดเยอะ แต่ก็ไม่ลืม KMPlayer สำรองไว้

ดูทิปเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VLC Media Player

-     ผมไม่เคยลืมโปรแกรม CCleaner ทุกครั้งหลังจากล้างเครื่อง เนื่องจากโปรแกรมที่มีขนาดเล็กเอาไว้บำรุงรักษาเครื่องได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญมันฟรี (ชอบของฟรีเนอะ)

-     โปรแกรมที่ลืมไม่ได้เลย คือ โปรแกรมแอนตี้ไวรัส ส่วนใหญ่ผมจะใช้โปรแกรมที่ให้ใช้ฟรี อย่าง Avast Free, Avira หรือ AVG Free เพราะโปรแกรมเหล่านี้ก็สามารถสนองความต้องการพื้นฐานในความปลอดภัยของเราได้แล้วครับ

-     โปรแกรมด้านแต่งภาพ โปรแกรมด้านนี้ที่ให้ใช้ได้ฟรี ๆ ที่ดัง ๆ ก็ Gimp, Panit.Net แต่ผมไม่ค่อยถนัดโปรแกรมสองตัวนี้ เลยหันมาใช้โปรแกรมที่ต้องแคร็กกันหน่อย อย่่าง Photoshop คงไม่ว่ากันน่ะ ผมว่าเราก็ชอบล่ะซิโปรแกรมแบบนี้

-     โปรแกรมด้านเอกสาร หลายคนต้องนึกถึง Microsoft Office ผมก็ใช้อันนี้แหละ แต่มีทางเลือกอื่นสำหรับใครที่ไม่ชอบแหกกฏก็หันไปใช้ Open Office หรือ Libre Office หลายครั้งที่ผมเลือกใช้สองตัวนี้ เพราะมันจะคล้ายกับ Micorsoft Office มีฟีเจอร์เกือบทุกอย่างคล้ายกันหมด

-     โปรแกรมอ่านไฟล์ PDF หลายคนต้องนึกถึง Adobe reader ก็ใช้ได้โปรแกรมนี้ แต่ผมชอบโปรแกรม Foxit reader มากกว่า หน้าตาก็สวยและมีฟีเจอร์อื่น ๆ ให้เล่นอีกมากมาย


-     เกือบลืมไปแล้ว โปรแกรมคลายซิบ Winrar, Winzip, 7Zip ส่วนตัวผมชอบใช้อันหลังมากกว่า ก็แล้วแต่พี่น้องจะเลือกใช้อันไหนน่ะครับ

           และนี้แหละโปรแกรมพื้นฐานที่ทุกเครื่องควรมีติดไว้ แต่นี้ก็เป็นทางเลือกของผม ส่วนใครชอบอันไหนโปรแกรมไหนก็แล้วแต่เราน่ะครับ

           จริง ๆ ผมก็มีโปรแกรมอื่น ๆ ติดเครื่องอีกมากมาย ตามความสะดวกสบายในชีวิต ผมเป็นคนที่ต้องดูแลเว็บไอทีเล่น ๆ นี้ ก็มีโปรแกรมจับภาพหน้าจอเพื่อจับภาพใส่บทความที่เขียนลงเว็บ โปรแกรมบันทึกวีดีโอหน้าจอเผื่อบางครั้งต้องสอนทิปด้วยวีดีโอ เครื่องมือดูดสี ไม้บรรทัดไว้วัดความยาวความกว้างของวัตถุ และโน็ตแพดพลัส

          บนเว็บบราวเซอร์โครมของผมก็มีโปรแกรมเสริมไว้เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้โครมได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

          และใครจะเสริมโปรแกรมไหน จะลงเกม และโปรแกรมอื่นที่ว่าให้ความสะดวกแก่เราก็เชิญตามสบายน่ะครับ ในเน็ตมีอะไรให้โหลดอีกเยอะ ถ้าโหลดไม่เก่งก็แนะนำลองอ่านบทความนี้ สอนมือใหม่หัดโหลดบิท ของฟรีบนโลกออนไลน์ บางทีเราจะได้อะไรดี ๆ กว่าเยอะ บ๊ายๆๆๆ


ใช้ CCleaner เร่งความเร็วตอนบูตเครื่อง

              ไอทีเล่น ๆ โพสต์ทิปเกี่ยวกับ CCleaner มาหลายทิปแล้วน่ะ ลองย้อนดูบทความเก่า ๆ น่ะครับ ก็เพราะมันสามารถทำได้หลายอย่างไง ขจัดไฟล์ขยะที่เราไม่ต้องการ เพิ่มพื้นที่ฮาร์ดดิส ต่อไปก็จะเป็น...

              เคยไหม เวลาเราบูตเครื่องคอมพิวเตอร์ มันจะค้างที่หน้าจอเดสก์ทอปนานมากในขณะที่เมาส์กำลังแสดงสถานะรอ  ช่วงนี้แหละเป็นช่วงที่โปรแกรมที่รันอัตโนมัติจะทำงานโดยที่เราไม่รู้ตัว อย่างเช่นโปรแกรมสแกนไวรัส uTorrent IDM และอื่น ๆ โดยค่าดั่งเดิมของโปรแกรมเหล่านี้จะทำการเปิดตัวเองเมื่อเริ่มเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่หากโปรแกรมที่รันอัตโนมัติมีมากแล้วล่ะก็ กินเวลารอมากน่ะครับ อาจจะทำให้เรารู้สึกว่าคอมเรามันช้า แต่อย่างไรก็ตามทุก ๆ ปัญหามีทางแก้อยู่เสมอ แล้วปัญหานี้ล่ะ แก้อย่างไรตามมาอ่านต่อน่ะครับ

                CCleaner เป็นพระเอกในการแก้ปัญหานี้อีกแล้ว  CCleaner ยังได้เพิ่มฟีเจอร์ปิดโปรแกรมที่ทำการรันอัตโนมัติขณะเริ่มบูตเครื่อง เราไปกันเลยที่โปรแกรม CCleaner แล้วเลือกแท็บ Tools แล้วที่ Starup ในหน้านี้แหละจะแสดงโปรแกรมที่รันอัตโนมัติ เราสามารถเลือกปิดได้โดยเลือกโปรแกรมแล้วคลิกที่ปุ่ม Disable ที่อยู่ข้างขวาน่ะครับ


             ระวังนิดหนึ่งน่ะครับ อย่าไปปิดโปรแกรมสแกนไวรัส และโปรแกรมที่จำเป็นอื่น ๆ น่ะครับ  ถ้าไม่มั่นใจก็ดูชื่อโปรแกรมที่เรารู้จักและไม่อยากให้มันรันอัตโนมัติ ก็ Disable ไปเลย อันอื่นก็ปล่อยไป

            แค่นี้เวลาเราเปิดเครื่องก็จะได้ไม่ต้องรอโปรแกรมเหล่านี้อีกแล้ว คอมเรามันแล้วน่ะ นี้แหละ CCleaner หาข้อมูลต่อไปแล้วจะได้รู้ว่าของฟรีก็มีดีน่ะครับ

กำจัดไฟล์ซ้ำ เพิ่มพื้นที่ฮาร์ดดิสกับ CCleaner

                 บทความที่แล้วไอทีเล่น ๆ ได้แนะนำและบอกคร่าว ๆ เกี่ยวกับโปรแกรม CCleaner ไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องเร่งความเร็วให้กับคอมด้วยการลบไฟล์ขยะและรีจีสตรีที่ไม่จำเป็น ในบทความนี้ไอทีเล่น ๆ จะยังคงอยู่กับโปรแกรม CCleaner กันต่อ ไอทีเล่น ๆ ได้เกริ่นกับบทความที่แล้วแล้วว่า CCleaner มีเครื่องมืออีกหลายอย่างที่ให้ประโยชน์กับ ที่เราสามารถใช้มันได้ฟรี ๆ  และเครื่องมือที่จะแนะนำในบทความนี้ก็คือการกำจัดไฟล์ซ้ำด้วย CCleaner

                  ฮาร์ดดิสที่มีพื้นที่มาก ย่อมจะบรรจุไฟล์ได้มาก แล้วถ้ามีไฟล์เป็นจำนวนมาก ก็อาจจะมีไฟล์ที่ซ้ำก็เป็นได้ ซึ่งเป็นการเปลืองพื้นที่ ดังนั้นจะเป็นการดีหากเรากำจัดไฟล์ซ้ำ ๆ จะได้เพิ่มพื้นที่ไว้เก็บไฟล์อื่น ๆ   CCeaner เวอร์ชั่นล่าสุด (v4.00.4064) ได้เพิ่มเครื่องกำจัดไฟล์เข้ามาด้วย เราจะใช้เครื่องมือนี้แหละทำการกำจัดไฟล์ซ้ำ

                   เปิดโปรแกรม CCleaner คลิกที่ Tools จากนั้นเลือก File Finder ตั้งค่าเล็กน้อย ตามรูปก็ได้ เสร็จแล้วคลิกที่ปุ่ม Search  โปรแกรมจะทำการค้นหาไฟล์ซ้ำแล้วแสดงให้เราได้เห็น เพื่อกำจัดมัน

เครื่องมือกำจัดไฟล์ซ้ำ

เมื่อโปรแกรมเจอไฟล์ซ้ำกันแล้ว เราก็เลือกไฟล์ที่จะลบโดยติ๊กเครื่องหมายถูกหน้าไฟล์ที่จะกำจัด จากนั้นก็ลงมือกำจัด คลิกที่ Delete Selected

กำจัดไฟล์ซ้ำด้วย CCleaner

เพียงขั้นตอนง่าย ๆ แค่นี้เราสามารถเอาพื้นที่กลับคืนมาได้แล้ว

CCleaner ยังมีเครื่องมืออื่น ๆ ที่เราใช้ประโยชน์กับมันได้อีก ลองศึกษาดูน่ะครับ รับรองเราติดตั้ง CCleaner ไม่ไร้ประโยชน์แน่นอนน่ะครับ
และอย่าลืมอ่านบทความเรื่องเร่งความเร็วคอมด้วย CCleaner ด้วยน่ะครับ

เร่งคอมด้วยการลบไฟล์ขยะ รีจีสตรีที่ไม่จำเป็น

              เมื่อใช้คอมไปนาน ๆ แน่นอนเครื่องมันต้องช้าลง สาเหตุส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคอมเราสะสมไฟล์ขยะเพิ่มขึ้น ยิ่งเล่นอินเตอร์เน็ตบ่อยไฟล์ขยะก็ยิ่งมาก ไฟล์ขยะที่ว่านี้อาจจะเป็นไฟล์ชั่วคราวที่คอมเราจำเป็นต้องใช้ในชั่วขณะ แต่มันไม่ได้ลบออก ไฟล์คุกกี้  รีจีสตรีที่มีปัญหาและไฟล์อื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นกับคอมเรา  ไฟล์เหล่านี้เราจะตามหาไปลบมันทีละตัวก็ยาก จึงจำเป็นต้องอาศัยโปรแกรมมาช่วย ซึ่งโปรแกรมที่ช่วยกำจัดไฟล์ขยะก็มีมาก แต่ที่ผมชอบและเป็นมิตรกับผมมาตลอด คือโปรแกรม CCleaner นอกจากจะกำจัดไฟล์ขยะซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้คอมช้าแล้ว ยังมีเครื่องมืออื่น ๆ อีกมากมาย และยังใช้ได้ฟรีอีกด้วย

                CCleaner เป็นโปรแกรมที่ช่วยเร่งเครื่องคอมให้ทำงานเร็วขึ้นด้วยการลบไฟล์ขยะ รีจีสตรีที่ไม่จำเป็น  มันยังมีความสามารถอีกหลายอย่าง เช่น ถอนโปรแกรม จัดการโปรแกรมที่บูตตัวเองเมื่อสตาร์ทคอม  หาไฟล์ซ้ำพร้อมกำจัด  ย้อนเวลาเครื่อง  และอื่น ๆ  ในบทความนี้ผมจะแนะนำฟีเจอร์บางตัวเท่านั้น ฟีเจอร์ที่สามารถเร่งเครื่องคอมให้เร็วขึ้นได้ นั้นก็คือ...

วิธีลบไฟล์ขยะด้วย CCleaner

              เปิด CCleaner คลิกปุ่ม Cleaner แล้วทำการลบไฟล์ขยะด้วยการคลิกที่ปุ่ม Run Cleaner
ทิป : เราสามารถดูไฟล์ขยะก่อนทำการ Run Cleaner ได้ ด้วยการคลิกที่ Analyze

ลบไฟล์ขยะด้วย Cleaner

การลบไฟล์ขยะเราจะได้พื้นที่ฮาร์ดดิสกลับขึ้นมาอีกด้วย

วิธีลบรีจีสตรีที่ไม่ใช้ด้วย CCleaner

              คลิก Registry จากนั้นทำการค้นหารีจีสตรีที่มีปัญหา คลิกที่ Scan for Issues โปรแกรมจะทำการค้นหา จากนั้นก็ติ๊กเครื่องหมายถูกหน้ารีจีสตรีทั้งหมด แล้วคลิก Fix selected issues...

ลบไฟล์ขยะด้วย Cleaner

โปรแกรมจะถามเราจะแบ็กอัพรีจีสตรีไหม แนะนำให้แบ็กอัพน่ะครับ เผื่อเวลามีปัญหาเราจะได้กลับคืนรีจีสตรีได้ คลิก Yes น่ะครับ
เร่งความเร็วคอมด้วย CCleaner

จากนั้นโปรแกรมก็จะถามหาโฟลเดอร์ที่จะเก็บรีจีสตรีไว้ ค่าเดิมอยู่ที่ My document จากนั้นก็คลิก Save

เร่งความเร็วคอมด้วย CCleaner

สุดท้ายก็คลิกที่ Fix All Selected Issues เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการลบรีจีสตรีที่มีปัญหา

เร่งความเร็วคอมด้วย CCleaner

ที่นี่ลองเทสดูว่าเครื่องเราเร็วขึ้นไหม ถ้าเครื่องเราไม่เคยลบขยะเหล่านี้มาก่อน หลังจากลบไฟล์เหล่านี้แล้ว จะรู้สึกเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดน่ะครับ

บทความแนะนำ ทิป CCleaner


ProShow สร้างสไลด์โชว์ สวยได้ภายในไม่กี่คลิก

                 สำหรับใครที่อยากสร้างอัลบั้มภาพในรูปแบบวีดีโอหรือที่เขาเรียกว่า สไลด์โชว์  ไอทีเล่น ๆ ขอแนะนำโปรแกรม ProShow Producer ซึ่งเป็นโปรแกรมสร้างสไลด์โชว์ที่ผลออกมาเหมือนกับมืออาชีพเลยทีเดียว สำหรับคนที่ไม่ค่อยถนัด หรือมือใหม่อยากสร้างสไลด์โชว์แล้วล่ะก็ ProShow Producer ตอบโจทย์ให้กับเราได้เป็นอย่างดี รับรองผลออกมาสวยแน่นอนครับ

                 อ้าว! เรามือใหม่ ทำไม่เป็นอ่ะ...ไม่เป็นไร ไอทีเล่น ๆ จะสอนให้ เอาเป็นว่า ขอสอนแบบง่าย ๆ ให้ทำได้ง่าย ๆ สำหรับคนง่าย ๆ อย่างเรา ^_^

วิธีสร้างสไลด์โชว์ด้วย ProShow Producer แบบง่าย ๆ ฉบับมือใหม่

                 เริ่มด้วยดาวน์โหลดโปรแกรม และติดตั้งให้เรียบร้อย

บทความแนะนำ  :  สอนมือใหม่หัดโหลดบิต ของฟรีบนโลกออนไลน์

                 เปิดโปรแกรม Proshow Producer จากรูปให้เลือก Wizard แล้วคลิก Create
สร้างสไลด์โชว์กับ Proshow producer

                 ต่อไปให้เพิ่มรูปภาพ โดยคลิกปุ่ม Add  ถ้าจะใส่ข้อความให้คลิกปุ่ม Text  แล้วคลิก Next
สร้างสไลด์โชว์กับ Proshow producer

                 ถึงขั้นตอนการใส่เพลงประกอบรูปภาพ ให้คลิกปุ่ม Add แล้วเลือกเพลงที่ต้องการ เสร็จแล้วคลิกปุ่ม Next
สร้างสไลด์โชว์กับ Proshow producer

                 ขั้นตอนต่อไปเป็นการเลือก Effects ผมขอเลือก All Effects ก็แล้วกัน จากนั้นก็คลิก Next
สร้างสไลด์โชว์กับ Proshow producer

                 ถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วน่ะครับ ให้ตั้งชื่อสไลด์โชว์ แล้วเลือกความยาวของแต่ละภาพ ส่วน Aspect Ratio ถ้าเลือก Widescreen วีดีโอจะเป็นยาวตามแนวนอน เหมาะสำหรับหน้าจอยุคปัจจุบัน เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้วให้คลิกปุ่ม Create โปรแกรมจะสร้างวีดีโอให้เราอัตโนมัติ
สร้างสไลด์โชว์กับ Proshow producer

                 โปรแกรมจะแสดงวีดีโอให้เราดู ถ้าพอใจแล้วให้คลิก Next หรือถ้ายังไม่พอใจให้คลิก TryAgain เพื่อให้โปรแกรมเลือกรูปแบบเอฟเฟกซ์ใหม่
สร้างสไลด์โชว์กับ Proshow producer

                 ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนบันทึกวีดีโอของเรา คลิกที่ Publish Your Show
สร้างสไลด์โชว์กับ Proshow producer

                 จากขั้นตอนนี้เราสามารถเลือกเผยแพร่ทาง Youtube, Facebook หรือจะบันทึกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ ในที่นี่ผมขอบันทึกเก็บไว้ในคอม คลิกเลือก Video for Web / Device
สร้างสไลด์โชว์กับ Proshow producer

                 ต่อไปก็เลือกรูปแบบวีดีโอ ในที่นี่ผมจะเลือกวีดีโอที่ชัดที่สุด MPEG-4 H.264 1080p จากนั้นก็คลิก Create
สร้างสไลด์โชว์กับ Proshow producer

                 ต่อไปก็เลือกโฟลเดอร์ที่จะบันทึก แล้วคลิกปุ่ม Save เป็นอันเสร็จสิ้น
สร้างสไลด์โชว์กับ Proshow producer

แล้วก็รอ...จนมันทำการบันทึกเสร็จสิ้น   เราก็จะได้วีดีโอสไลด์โชว์สวย ๆ ไว้อวดกันได้แล้ว

ตัวอย่างสไลด์โชว์ที่สร้างกับโปรแกรมนี้


บทความแนะนำ สร้างสไลด์โชว์แบบง่าย ๆ ด้วยเครื่องมือออนไลน์ฟรี


วิธีจับภาพหน้าจอบนวินโดวส์แบบง่าย ๆ

                  วิธีจับภาพหน้าจอบนวินโดวส์ทำได้ง่ายมาก วินโดวส์มากับเครื่องมือจับภาพให้เเรียบร้อยแล้ว ทั้ง XP Vista 7 และ 8  ฉะนั้นถ้าเราอยากจะจับภาพหน้าจอก็ไม่ต้องไปสรรหาเครื่องมืออื่น ๆ อีกแล้ว บนวินโดวส์ก็มีอยู่แล้วน่ะครับ แต่อย่างไรก็ตามเครื่องมือที่แถมมาให้บนวินโดวส์ก็มีขีดจำกัดของมัน โดยเหมาะสำหรับจับภาพหน้าจอแบบเบสิก ๆ ไม่อยากตกแต่งอะไรมาก ถึงอย่างไรเครื่องมือเบสิกอย่างนี้ก็ใช้ได้อยู่ดี

                 

ขั้นตอนการจับภาพหน้าจอด้วยปุ่ม Print Screen


บนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดทุกเครื่องจะมีปุ่ม Print Screen ปุ่มนี้แหละทำหน้าที่ในการจับภาพหน้าจอ

ปุ่มจับภาพบนหน้าจอ


        1. กดปุ่ม Print Screen หนึ่งครั้ง (ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ไม่ต้องตกใจน่ะครับ เพราะปกติน่ะครับ)
        2. เปิดโปรแกรม Paint ที่แถมมาให้กับวินโดวส์ ไปที่ Start > All program > Assessories > Paint
        3. บนหน้าต่าง Paint ให้คลิกเมนู Edit แล้วเลือก Paste

จับภาพหน้าจอแบบง่าย ๆ

        4. ขั้นตอนสุดท้ายให้บันทึกไฟล์ภาพ โดยคลิกเมนู File แล้วเลือก Save

Tips แทนที่เราจะใช้โปรแกรม Pint (จากขั้นตอนที่ 2) เราสามารถใช้โปรแกรมอื่น ๆ ได้อย่างเช่น Photoshop, MS Word และโปรแกรมแต่งภาพอื่น ๆ เป็นต้น

ขั้นตอนการจับภาพหน้าจอด้วยโปรแกรม Snipping Tool


อีกวิธีสำหรับวินโดวส์ 7 และ 8 จะมีโปรแกรมจับภาพหน้าจอแถมมาให้อีกโปรแกรม โปรแกรมเล็กแต่ความสามารถไม่ได้เล็กตามขนาด โปรแกรมนี้มีชื่อว่า Snipping Tool  ค้นหาได้จากช่องเสริชของสตาร์ท โปรแกรมมีชุดตกแต่งภาพในตัว และสามารถเลือกรูปการจับภาพด้วย มาดูวิธีจับภาพหน้าจอกับโปรแกรม Snipping Tool กันดีกว่า

     1. เปิดโปรแกรม ไปที่ Start แล้วค้นหาชื่อ Snipping tool จากช่องสมาร์ทเสริช จะได้หน้าตาโปรแกรมดังรูป
วิธีจับภาพหน้าจอ

     2. เริ่มจับภาพ คลิกลูกศรใกล้กับปุ่ม New จากนั้นเลือกรูปแบบการจับภาพ
                          Free-form Snip เป็นการจับภาพแบบเลือกพื้นที่ตามต้องการ
                          Rectangular Snip เป็นการจับภาพในลักษณะสี่เหลี่ยม
                          Window Snip เป็นการจับภาพทั้งหน้าต่าง
                          Full-screen Snip เป็นการจับภาพทั้งหน้าจอ

โปรแกรมจับภาพหน้าจอ

                      ในที่นี่ผมจะจับภาพในรูปแบบสี่เหลี่ยมน่ะครับ

     3. จากนั้นก็เลือกพื้นที่สี่เหลี่ยมที่จะจับภาพ
     4. เลือกเสร็จแล้ว โปรแกรมจะพาเราไปยังชุดตกแต่งรูป จะเพิ่มข้อความ หรือจะตกแต่งอะไรก็เชิญในขั้นตอนนี้เลย

โปรแกรม Snipping Tool

     5. ตกแต่งได้ดังใจแล้ว ก็บันทึก คลิก File > Save as  หรือคลิกปุ่ม บันทึก

สองวิธีง่าย ๆ ในการจับภาพหน้าจอบนวินโดวส์ ไอทีเล่น ๆ แนะนำให้ หวังว่าคงมีประโยชน์ต่อผู้อ่านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้จะเอาโปแกรมไหนมาใช้ในการจับภาพหน้าจอ และไม่ต้องการอะไรยุ่งยาก บทความนี้น่าจะตอบโจทย์ให้น่ะครับ ถ้าคิดว่าบทความนี้ใช่!! กดไลค์และแชร์เลยด่านล่าง


ปรับภาพอัตโนมัติเมื่อเราอัปโหลด

               เคยไหม ต้องรอ....รอหน้าเว็บเพจโหลดให้เสร็จ เวลาที่เราเข้าเว็บที่มีรูปภาพจำนวนมาก บางครั้งต้องรอ...รอ...จนมันโหลดรูปภาพให้เสร็จก่อน เพราะรูปภาพเป็นส่วนหนึ่งทีทำให้หน้าเว็บโหลดช้า ยิ่งภาพใหญ่ๆ มากๆ ยิ่งต้องรอนาน สำหรับผู้ดูแลเว็บหรือคนที่มีเว็บไซต์ต้องคำนึงถึงมากในเรื่องนี้ เราต้องปรับขนาดภาพให้เล็กลงเพื่อให้ผู้ชมเว็บไซต์เราโหลดหน้าเว็บได้เร็ว ไม่เสียอารมณ์ขณะท่องเว็บเรา

ทิปไอที ลดขนาดภาพ


               สำหรับแอดมินเว็บไซต์ผมแนะนำให้ปรับลดขนาดภาพให้พอเหมาะก่อนอัปโหลดภาพเข้าเว็บ แต่อย่าให้ถึงขนาดเสียคุณภาพมากเกินไป  ผมเชื่อว่าบางครั้งแอดมินก็ลืมไป จนต้องมาแก้ในภายหลังซึ่งไม่ค่อยสำดวกมาก ทำไงได้ล่ะ ลืมไปใช่ไหม....ที่นี่ไม่ต้องสนแล้วครับเพราะไอทีเล่น ๆ จะแนะนำโปรแกรมเล็ก ๆ ที่ปรับลดขนาดภาพให้อัตโนมัติเวลาเราอัปโหลดเข้าเว็บ โปรแกรมนี้มีชื่อว่า RoboSizer มันจะลดขนาดภาพตามที่เรากำหนดโดยอัตโนมัติเวลาเราอัปโหลดเข้าเว็บ แนบกับอีเมล์ ส่งผ่านข้อความแชต เราไม่ต้องไปปรับเอง ไม่ต้องสน มันจะทำเอง สะดวกไหม? ผมแนะนำอย่างมากสำหรับแอดมิน หรือผู้ที่ชอบอัปโหลดรูปเข้าเว็บสังคมออนไลน์ต่าง ๆ อย่างเฟสบุค เพราะจำทำให้เราอัปโหลดได้เร็วขึ้น และผู้ชมภาพก็จะโหลดหน้าเว็บได้เร็วด้วย


โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรฟรี เขาให้โค้ดมา ป้อนโค้ดนี้ขณะติดตั้งน่ะครับ

User: freeuser
Registration code: 000014-H44DJ8-VQC39X-678RVJ-XBP7DZ-E4VTX7-BJNHN5-T7YRQ0-MMT194-3MYFJV


             บทความนี้ไอทีเล่น ๆ แนะนำโปรแกรมให้ความสำดวกในการลดขนาดภาพเพื่ออัปโหลดเข้าเว็บ เว็บบล็อกนี้มีทิปไอทีมากมาย ถ้าเราชอบก็สามารถติดตามบทความต่อไปได้ผ่านเพจเฟสบุค เพจกูเกิลพลัส ทวิตเตอร์หรือกรอบอีเมล์ด้านล่าง จะส่งบทความถึงที่เมื่อมีการอัปเดตใหม่

เล่นวีดีโอขณะดาวน์โหลดกับ IDM

             ถ้าพูดถึงโปรแกรมดาวน์โหลดไฟล์จากอินเตอร์เน็ตก็ละเลยไม่ได้ต้องนึกถึง IDM (Internet Download Manager) ซึ่งเป็นโปรแกรมที่นิยมกันมากในตอนนี้ ถึงแม้จะเป็นโปรแกรมที่ไม่ฟรี แต่ผมว่าคนเราไม่น้อยน่ะที่ใช้โปรแกรมนี้แบบแคร็ก แต่ยังไงก็มันนิยมอยู่ดี ผมจึงจะแนะนำทิปเกี่ยวกับโปรแกรม IDM นี้

            เวลาเราดาวน์โหลดวีดีโอด้วยโปรแกรมนี้ รู้ไหมว่าขณะที่เราดาวน์โหลดอยู่นั้นเราสามรถดูวีดีโอบางส่วนที่โหลดเสร็จแล้วได้  เนืองจาก IDM จะดาวน์โหลดไฟล์เป็นส่วน ๆ พอดาวน์โหลดครบทุกส่วนแล้วมันจะรวมกันเป็นไฟล์เดียว ซึ่งถ้าเป็นไฟล์วีดีโอ ส่วนที่มันดาวน์โหลดเสร็จแล้วนั้น เราสามารถเปิดดูได้ด้วย คิดซ่ะว่าเป็นตัวอย่างวีดีโอที่เราดาวน์โหลด  แล้วจะดูอย่างไร ดูที่ไหน ผมจะบอกในบทความนี้

            เรามาเริ่มกัน...

            เปิดโปรแกรม IDM ตรงแท็บเมนูให้คลิก <ดาวน์โหลด> <Download> แล้วเลือก <ตัวเลือก> <Options>
ดูไฟล์ขณะดาวน์โหลดจากโปรแกรม IDM

           จะมีหน้าต่างกำหนดค่า Internet Download Manager ขึ้นมา มองไปที่แท็บแล้วเลือก <บันทึกไปยัง> <Save to>   ตรงส่วนหัวข้อโฟลเดอร์ชั่วคราว Temporary directory จะมีที่ไดเรกทอรีโฟลเดอร์ชั่วคราวอยู่

ดูไฟล์ขณะดาวน์โหลดจากโปรแกรม IDM

             จากนั้นก็เปิดโฟลเดอร์ตามไดเร็กทอรีนั้น ในที่นี่จะเป็น C:\Users\Salaf\AppData\Roaming\IDM\
ในนั้นจะมีโฟลเดอร์ชื่อ DwnlData เปิดโฟลเดอร์นี้ จะเห็นโฟลเดอร์ที่บรรจุแต่ละไฟล์ที่เราดาวน์โหลด  จากนั้นก็หาโฟลเดอร์ที่บรรจุไฟล์วีดีโอที่ต้องการดูตัวอย่าง พอเราเปิดแล้วจะเห็นไฟล์วีดีโอที่แบ่งเป็นส่วน ๆ เราลองเปิดส่วนของไฟล์ด้วยโปรแกรมเล่นวีดีโอ (แนะนำเปิดด้วย VLC ) ก็จะเห็นวีดีโอส่วนหนึ่ง

ดูไฟล์ขณะดาวน์โหลดจากโปรแกรม IDM

จะเห็นว่าขณะที่เราดาวน์โหลดวีดีโออยู่นั้น เราสามารถดูไฟล์วีดีโอบางส่วนที่ดาวน์โหลดเสร็จแล้วได้ด้วย
ไฟล์ในโฟลเดอร์นี้จะหายไป เมื่อ IDM ดำเนินการดาวน์โหลดไฟล์เสร็จสมบูรณ์แล้ว เพราะโฟลเดอร์นี้เป็นแค่เก็บไฟล์ชั่วคราวที่แบ่งเป็นส่วน ๆ แล้วมันจะรวมกันเก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่เรากำหนดไว้

บทความนี้เป็นเกร็ดความรู้น้อย ๆ เกี่ยวกับทิปไอทีในหัวข้อเรื่อง เล่นวีดีโอขณะดาวน์โหลดกับ IDM  ขณะนี้ในเว็บบล็อกไอทีเล่น ๆ ก็มีบทความประมาณ 150 บทความแล้ว ซึ่งผมเลือกเขียนเฉพาะทิปไอที ถ้าใครอยากจะติดตามบทความต่อไปสามารถติดตามได้จากเพจเฟสบุค เพจกูเกิลพลัส ทวิตเตอร์ หรือกรอบอีเมล์เพื่อรับบทความต่อไป เมื่ออัปเดตใหม่ ขอบคุณผู้อ่านทุกคนที่ติดตามน่ะครับ